DESIGN for SOCIAL IMPACTS

อ อ ก แ บ บ เ พื่ อ ส ร้ า ง ส ร ร ค์ สั ง ค ม

พรมละหมาดในโลกยุคใหม่

วัฒนธรรมเก่าแก่ การอนุรักษ์ และสมดุลของการออกแบบที่พาวัฒนธรรมก้าวต่อไปข้างหน้า



อิสลามเป็นศาสนาที่เก่าแก่มากที่สุดศาสนาหนึ่งที่มนุษย์พอจะประมาณช่วงเวลาย้อนกลับไปบันทึกได้ ความเก่าแก่นี้ได้ทำให้เกิดประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากศาสนาอื่นๆ แม้จะถูกดัดแปลงและน้อมนำไปสู่แขนงย่อยๆ อื่น รวมทั้งถูกดึงมาใช้ในศาสนาอื่นที่ใกล้เคียง


การรื้อฟื้นวัฒนธรรมที่นำไปสู่การปรับปรุงจนได้ ‘วัฒนธรรมใหม่’ เป็นเหตุการณ์ที่อาจหลีกเลี่ยงได้ยากขึ้นทุกที ในขณะเดียวกันหากมองมุมกลับ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเสียใหม่อาจเป็นการช่วยรักษาวัฒนธรรมเดิมเอาไว้ เพียงแต่นำไปใส่ในกล่องใหม่ที่ตกแต่งให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไป


การออกแบบจุดสมดุลของการรักษาวัฒนธรรม

การละหมาดของอิสลามเป็นกิจกรรมที่ต้องทำถึงวันละ 5 ครั้งโดยหันหน้าไปทางมหานครเมกกะ (Mecca) โดยพรมที่ใช้รองรับร่างกายในระหว่างการละหมาดนั้นก็มักตกแต่งด้วยลวดลายทรงโค้งและมียอดแหลมแบบรูปทรงอาคารโบสถ์มุสลิม ในขณะที่พรมละหมาดส่วนใหญ่ปัจจุบันมีลวดลายที่ล้อตามแบบฉบับโบราณ Myhra Mirza นักออกแบบชาวมุสลิมจึงพัฒนาลวดลายของพรมขึ้นใหม่โดยทำให้เข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่มากขึ้น


พรมที่ MIrza สร้างขึ้นนี้อยู่ภายใต้แบรนด์ ‘Niyya’ (https://niyya.co/ ) โดยมีลวดลายที่หลุดออกจากกรอบแบบวัฒนธรรมเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาจิตวิญญาณและประโยชน์ใช้สอยเดิมเอาไว้ โดยลวดลายทั้งหมดต่างถอดรหัสมาจากฝีแปรงและลายเส้นของตัวอักษรอิสลาม และใช้สีโทนธรรมชาติเพื่อสะท้อนถึง ‘สมดุลของชีวิต’ ตามแบบฉบับอิสลาม โดยแบ่งออกเป็นลวดลายที่บอกเล่าเรื่องราวของมุสลิม ได้แก่ Tahara (ความบริสุทธิ์) Sabr (ความอดทน) Dikhr (การระลึกถึง) และ Salaa (การอธิษฐาน) นอกจากนี้พรมแต่ละผืนยังมีรูปทรงที่สามารถชี้ให้เห็นโครงสร้างที่รวมกันแล้วจะคล้ายกับยอดโบสถ์มุสลิมตามแบบฉบับเดิม และยังเพิ่มประโยชน์ใช้สอยในการนำมาห่มคลุมร่างกายได้หรือจะนำมาใช้พันคอก็ทำได้โดยไม่น่าเคาะเขิน


SolidSprout

ออกแบบเพื่อสร้างสรรค์สังคม

© 2020 SolidSprout Company Limited.