DESIGN for SOCIAL IMPACTS

อ อ ก แ บ บ เ พื่ อ ส ร้ า ง ส ร ร ค์ สั ง ค ม

วิเคราะห์เพลง #ประเทศกูมี ทำไมถึงติดใจคน?

นอกจากจะมีพลังสะกิดต่อมหงุดหงิดให้รัฐบาลทหารยุคนี้ เพลง "ประเทศกูมี" ยังมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าที่คิด เพราะแค่ปล่อยออกมาเพียง 4 วัน ยอดวิวก็พุ่งขึ้นไปเกิน 2 ล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย


วิเคราะห์เพลง ประเทศกูมี ทำไมถึงติดใจคน


01 ประเทศกูมี ตีแผ่เรื่องที่ถูกกดทับ


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยอยู่ภายใต้กฎหมายและคำสั่งเฉพาะกาลที่ทำให้คนไม่มีสิทธิไม่มีเสียงที่จะพูดเรื่องการเมืองอย่างเป็นจริงเป็นจังมานานมากแล้ว นานจนน่ากลัวว่ารูปแบบการใช้ชีวิตแบบนี้กำลังจะกลายเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตปกติของผู้คนไปในท้ายที่สุด แต่ภายใต้ความกดทับนี้ คงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังรู้สึกอึดอัดและต้องการการแสดงออกบางอย่าง การเกิดขึ้นของเพลงประเทศกูมีจึงกลายเป็นตัวแทนของคนเหล่านั้น ผู้คนจึงตอบรับทันที



02 ประเทศกูมี ตรงใจคน ตรงความรู้สึกคน


เมื่อเนื้อหาเพลงครอบคลุมเรื่องราวที่ผู้คนมีความรู้สึกร่วม ตั้งแต่เรื่องคดีเสือดำ ศีลธรรม เหตุการณ์ฆ่าประชาชน การคอรัปชั่น การงดเว้นการเลือกตั้ง เสรีภาพในการแสดงออก ความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม ไปจนถึงการจัดการงบประมาณของรัฐบาล โดยตีแผ่ด้วยการใส่ความรู้สึกของผู้ร้องเพลงและผู้แต่งเพลงเข้าไปด้วย เมื่อประจวบเหมาะตรงกันกับสิ่งที่ผู้คนมีความรู้สึกร่วม จึงไม่แปลกที่เพลงนี้จะดังขึ้นมาในข้ามคืน



03 ประเทศกูมี ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม


"พวกคุณไม่รู้เว่ยว่าประเทศเหี้*นี่แม่งมันมีอะไร เดี๋ยวพวกผมทั้งหมดจะเล่าให้ฟัง..." เพียงแค่ 2 ประโยค เพลงนี้ก็เข้าสู่การเปิดโปงเนื้อหาที่เป็นประเด็นของเพลงทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชีวิตของพวกเราที่เร่งรีบมากขึ้น หรือเป็นเพราะความต้องการที่จะให้เนื้อหาของเพลงเข้าถึงคนได้ไวที่สุด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน เพลงนี้ก็สื่อสารเรื่องราวได้ถึงคนฟังและโดนใจคนไปแล้วตั้งแต่ท่อนแรก



04 ประเทศกูมี เข้าถึงง่าย ไม่ทำตัวสูงส่ง


ต้องแสดงความเสียใจกับคนกลุ่มขวาจัด เพราะตอนนี้อาจไม่ใช่ยุคทองของความเป็นไทยแบบที่มีลวดลายวิจิตรและขลิบทอง ในยุคนี้เราได้เห็นความเป็นไทยที่หลากหลาย ผู้คนตีความและสื่อสารความเป็นไทยในแบบฉบับของชาวบ้านและยอมรับความเป็นไทยแบบวัฒนธรรมป๊อปกันมากขึ้น จนนิยามของความเป็นไทยนั้นออกจากการแช่แข็ง และมีความเป็นไปได้มากกว่าแต่ก่อน เพลงนี้ละวางขนบแบบเดิมลง และสื่อสารด้วยวิธีการแบบ "เพื่อน" คนจึงเข้าถึงและเข้าใจได้ไม่ยาก



05 ประเทศกูมี ชวนคิดต่อ


เพลงนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เนื้อหาที่สื่อสารออกมา แต่ยังแฝงเรื่องราวการเสียดสีและสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งในคำร้อง ทำนอง และภาพใน MV ต้องยอมรับว่าการจัดการเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังเพลงนี้นั้นผ่านการทำการบ้านมาเป็นอย่างดี และด้วยการปล่อยให้คนฟังกลับไปฟินกันต่อในจินตนาการของตนเองแบบนี้ แม้เพลงจะจบแล้ว แต่เรื่องราวก็ยังคงทำงานต่อเนื่องในหัวของคนฟัง เรียกได้ว่า "เพลงจบ แต่ความคิดไม่จบ"



06 ประเทศกูมี กล้าล่อเป้า และล่อสำเร็จด้วย!


ถ้าเป็นพลุก็เรียกได้ว่า จุดติด และจุดติดยิ่งกว่าในกลุ่มประชาชนที่เป็นคนฟังหลักเสียอีก เพราะจุดติดไปถึงรัฐบาล ที่ตอนนี้ออกมาวิ่งวุ่นสอบสวนและโจมตีเพลงนี้กันใหญ่ การล่อเป้าแบบนี้อาจจะเสี่ยงสักหน่อย แต่เพลงนี้ก็ทำได้สำเร็จเสียด้วย เพราะการที่รัฐบาลออกมาวิ่งเต้นต่อต้านยิ่งทำให้เพลงนี้กลายเป็นที่สนใจของสื่อ และคนหลายกลุ่มก็เข้าถึงเพลงนี้กันมากขึ้น



มาถึงจุดนี้ ถ้าใครยังไม่เคยฟัง ขอเชิญได้ที่ Facebook เพจ Rap Against Dictatorship




SolidSprout

#ออกแบบเพื่อสร้างสรรค์สังคม

#designforsocialimpacts


⚡ ติดต่อเรา : 061 491 8292

✅ Line : http://line.me/ti/p/~solidsprout (ID: solidsprout)

✉️ Email : info@solidsprout.com

🌎 เยี่ยมชมเว็บไซต์ : www.solidsprout.com

© 2020 SolidSprout Company Limited.